ผลิตภัณฑ์การเทรด
- ฟอเร็กซ์ / CFD
- หุ้นในประเทศ
- หุ้นสหรัฐ
- คริปโต
- สินค้าโภคภัณฑ์
พิจารณาว่าเข้าใจเลเวอเรจก่อนลงเงิน

Crypto CFDs ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ Krungsri Securities ให้บริการในประเทศไทย บริษัทนี้เป็นบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับของ SEC Thailand และเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีจุดแข็งอยู่ที่หุ้นไทย อนุพันธ์ TFEX และกองทุนรวม ไม่ใช่สัญญาซื้อขายส่วนต่างบนคริปโต เครดิต หรือฟอเร็กซ์รายย่อย การเล่น Bitcoin หรือ Ethereum ผ่าน CFD ต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศที่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจของตัวเอง ไม่ใช่ที่ Krungsri
หน้านี้จะพาไปดูว่ากลไกของ Crypto CFDs ทำงานอย่างไร เงินเข้าเงินออกในประเทศไทยเป็นแบบไหน ภาษีคิดอย่างไร และอะไรคือเกณฑ์ที่ควรใช้ตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ ก่อนที่จะโอนเงินก้อนแรกออกไป
ทำไม Krungsri ไม่มี Crypto CFDs
Krungsri Securities เป็นบริษัทหลักทรัพย์ภายใต้กลุ่ม Krungsri (Bank of Ayudhya) มีสำนักงานที่ Krungsri Ploenchit Tower ในกรุงเทพฯ และจดทะเบียนเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามข้อมูลในรายชื่อสมาชิกของ SET บริษัทให้บริการหุ้น SET อนุพันธ์ TFEX ตราสารหนี้ โครงสร้างผลิตภัณฑ์ กองทุนรวม และการให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL)
จุดสำคัญคือกรอบใบอนุญาต ใบอนุญาตหลักทรัพย์จาก SEC Thailand ไม่ครอบคลุมการให้บริการฟอเร็กซ์หรือ CFD รายย่อยแบบที่โบรกเกอร์ต่างประเทศทำกัน นั่นหมายความว่าแม้ Krungsri จะมีใบอนุญาตจริง แต่ขอบเขตของใบอนุญาตนั้นไม่ได้เปิดทางให้เสนอผลิตภัณฑ์ Crypto CFD แก่ลูกค้ารายย่อย
โครงสร้างการกำกับของไทยเป็นแบบสองขั้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ดูแลการแลกเปลี่ยนเงินตราและกระแสเงินข้ามพรมแดนภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ส่วน SEC Thailand ดูแลหุ้น อนุพันธ์จดทะเบียน และผลิตภัณฑ์ลักษณะหลักทรัพย์ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติอนุพันธ์ พ.ศ. 2546
ไม่มีประเภทใบอนุญาต "โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์รายย่อย" ในไทย โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์และ CFD ที่คนไทยใช้กันจึงเป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศทั้งหมด อยู่ภายใต้การกำกับของ FCA, ASIC หรือ CySEC ในประเทศบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ก็หมายความว่าต้องตรวจสอบใบอนุญาตของโบรกเกอร์นั้นด้วยตัวเองก่อนทุกครั้ง
กลไกของ Crypto CFD
Crypto CFD คือสัญญาระหว่างนักลงทุนกับโบรกเกอร์ ไม่ใช่การซื้อเหรียญจริง ไม่ได้ถือ Bitcoin ในกระเป๋าของตัวเอง ไม่มีคีย์ส่วนตัว ไม่มีการโอนเหรียญบนบล็อกเชน สิ่งที่เกิดขึ้นคือสัญญาที่ตกลงกันว่าราคาแตกต่างกันเท่าไร แล้วจ่ายส่วนต่างกันด้วยเงินสด
ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติมีสามข้อที่คนมักเข้าใจผิด
- โบรกเกอร์คือคู่สัญญา ไม่ใช่ตลาดกลาง ราคาที่เห็นมาจากฟีดของโบรกเกอร์ ซึ่งอ้างอิงจากตลาดจริงแต่ไม่จำเป็นต้องตรงเป๊ะ
- ค่าธรรมเนียมหลักมักไม่ใช่ค่าคอมมิชชัน แต่เป็นส่วนต่างราคา (spread) บวกค่าถือข้ามคืน (swap) ถ้าถือสถานะข้ามวัน
- การชำระบัญชีเป็นเงินสด ไม่มีการส่งมอบเหรียญจริง จึงไม่สามารถถอนเหรียญออกไปเก็บเองได้
อีกกลไกที่ต้องเข้าใจคือ leverage หลายคนอาจเคยเห็นคู่มือที่บอกว่าไทยจำกัด leverage ที่ 50:1 สำหรับคู่เงินหลัก หรือ 20:1 สำหรับคู่รอง แต่ตัวเลขนั้นไม่ใช่กฎอย่างเป็นทางการของ BOT หรือ SEC การค้นหาหน้าเว็บทางการที่ระบุเพดาน leverage แบบเหมารวมไม่พบข้อมูลยืนยัน
ในทางปฏิบัติ leverage ถูกกำหนดโดยหน่วยกำกับของโบรกเกอร์ต้นทาง ถ้าโบรกเกอร์อยู่ภายใต้ ESMA/FCA/ASIC จะเจอประมาณ 1:30 สำหรับคู่เงินหลัก ส่วนโบรกเกอร์ออฟชอร์บางรายเปิดถึง 1:500 หรือมากกว่า เมื่อปี 2025-2026 มีรายงานว่าหน่วยกำกับกำลังทบทวนกฎอยู่ แต่ยังไม่มีเพดานอย่างเป็นทางการประกาศออกมา
เงินเข้าเงินออกจากไทย
นี่คือส่วนที่คนถามมากที่สุด และเป็นส่วนที่ทำให้หลายคนเปลี่ยนใจกลางทาง เพราะเงินบาทไม่ได้ไหลออกนอกประเทศได้อย่างอิสระ
ช่องทางที่ใช้กันจริงในการเติมเงินให้โบรกเกอร์ต่างประเทศมีสี่แบบ
| ช่องทาง | ระยะเวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| โอนผ่านธนาคารไทย (BBL, KBank, SCB, KTB, Krungsri) | ประมาณ 1-5 วันทำการ | ต้องระบุวัตถุประสงค์ของเงิน |
| PromptPay ผ่านเกตเวย์ THB ของโบรกเกอร์ | มักเป็นทันที ค่าธรรมเนียมต่ำ | ใช้ได้เฉพาะโบรกเกอร์ที่รองรับ |
| บัตร Visa / Mastercard | 1-3 วันทำการ | อาจมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุล |
| e-wallet เช่น TrueMoney | ขึ้นกับผู้ให้บริการ | วงเงินต่อครั้งมักจำกัด |
ฝั่งถอนเงิน PromptPay มักใช้เวลาทันทีถึง 24 ชั่วโมง ส่วนบัตรและ wire จะช้ากว่า นี่คือความต่างที่คนมักไม่คิดถึงตอนฝาก แต่จะรู้สึกตอนต้องการถอน
เงินบาทโดยทั่วไปไม่สามารถเคลื่อนออกนอกประเทศได้อย่างอิสระ การโอนต้องผ่านธนาคารที่ได้รับอนุญาตและต้องระบุรหัสวัตถุประสงค์ นี่คือจุดที่หลายคนติดขัดไม่ใช่เพราะโบรกเกอร์ แต่เพราะเอกสารฝั่งไทยไม่ครบ

เรื่องที่ต้องเช็คก่อนโอน
สิ่งที่ทำให้คนไทยเสียเงินไม่ใช่ spread กว้าง แต่คือการโอนไปยังโบรกเกอร์ที่ไม่มีอยู่จริง
รูปแบบที่พบมากในไทยช่วง 2024-2026 คือ romance-plus-forex หรือที่เรียกกันว่า pig-butchering เริ่มจากการทักผ่าน Facebook, LINE หรือแอปหาคู่ คุยกันหลายสัปดาห์ สร้างความไว้ใจ แล้วชวนไปเทรดบนแอปปลอมที่โคลนหน้าจอ MetaTrader หรือแดชบอร์ดโบรกเกอร์ แสดงผลตอบแทนปลอม 5-10% ต่อเดือน เงินถูกโอนผ่านกระดานคริปโตไทยที่ถูกกฎหมายก่อนจะหายไป
มีกรณีที่ผู้เสียหายสูญเสียมากกว่า 20 ล้านบาท และมีการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2026 เอกสารปลอมและเลขใบอนุญาตจริงที่ถูกนำมาใช้หลอกก็พบได้บ่อย
สิ่งที่ควรทำคือเช็คสองรายการนี้ก่อนทุกครั้ง
- ตรวจสอบใน SEC Investor Alert ที่ market.sec.or.th ซึ่งอัปเดตสม่ำเสมอ
- ตรวจสอบใน SEC Check First ที่ market.sec.or.th
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 SEC ประกาศชื่อห้าแพลตฟอร์มคริปโตที่ไม่มีใบอนุญาต ได้แก่ Bybit, 1000X, CoinEx, OKX และ XT.COM และภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2026 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ออกคำสั่งบล็อก อย่างไรก็ตาม สำหรับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์โดยเฉพาะ ยังไม่พบหน้าทางการของ SEC ที่ระบุแบล็กลิสต์รายชื่อบริษัท
KYC ของโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ถูกต้องสำหรับคนไทยจะขอ บัตรประชาชน 13 หลัก หรือพาสปอร์ต บวกหลักฐานที่อยู่ (ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภค รายการเดินบัญชี หรือทะเบียนบ้าน) ที่ออกไม่เกิน 3-6 เดือน
เลือกโบรกเกอร์ด้วยเกณฑ์ไหน
โบรกเกอร์ที่ควรพิจารณาคือโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยกำกับระดับที่เข้มงวด เช่น FCA ของอังกฤษ, CySEC ของไซปรัส หรือ ASIC ของออสเตรเลีย สามหน่วยนี้มีข้อกำหนดเรื่องการแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท การรายงาน และการชดเชยผู้ลงทุนที่ชัดเจน ถ้าโบรกเกอร์มีใบอนุญาตในเขตออฟชอร์เพียงอย่างเดียว ระดับการคุ้มครองจะต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
นอกเหนือจากใบอนุญาต มีห้าอย่างที่ควรตรวจ
| เกณฑ์ | สิ่งที่ต้องดู | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| การแยกเงินลูกค้า | ระบุชัดในเอกสารทางกฎหมาย | ถ้าโบรกเกอร์ล้ม เงินลูกค้าไม่ปนกับเจ้าหนี้ |
| โครงสร้างค่าธรรมเนียม | spread, swap, ค่าฝาก/ถอน | ค่าถือข้ามคืนกินกำไรระยะยาว |
| ประวัติการดำเนินงาน | อย่างน้อย 5-10 ปี | โบรกเกอร์ใหม่เสี่ยงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ |
| การรองรับลูกค้าไทย | ภาษาไทย และช่องทางติดต่อ | ปัญหาตอนถอนต้องคุยได้จริง |
| ฝั่งเงินเข้า-ออก | รองรับ PromptPay หรือโอนบาท | ลดเวลาถอนจากวันเป็นชั่วโมง |
ในทางปฏิบัติ เกณฑ์ที่ตัดสินใจได้เร็วที่สุดคือข้อสุดท้าย ถ้าโบรกเกอร์ไม่รองรับช่องทางไทยเลย ทุกครั้งที่ถอนจะเสียเวลา 3-5 วันทำการและเสียค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินสองรอบ

ภาษีที่ต้องเข้าใจ
กำไรจากฟอเร็กซ์และ CFD ถูกจัดเป็นเงินได้พึงประเมินทั่วไป ไม่มีอัตราภาษีกำไรจากทุนแบบแยกที่ต่ำกว่า อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดมีดังนี้
| เงินได้สุทธิต่อปี (บาท) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 - 150,000 | ยกเว้น |
| 150,001 - 300,000 | 5% |
| 300,001 - 500,000 | 10% |
| 500,001 - 750,000 | 15% |
| 750,001 - 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 - 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 - 5,000,000 | 30% |
| มากกว่า 5,000,000 | 35% |
จุดที่หลายคนพลาดคือกฎเงินได้จากต่างประเทศ ตั้งแต่คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/162 มีผล 1 มกราคม 2024 ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (อยู่ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป) ที่นำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย ต้องรวมเข้าในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปีที่นำเข้า ไม่ใช่ปีที่ได้รับเงิน
มีมาตรการบรรเทาที่เสนอในปี 2026 ให้กรอบเวลาประมาณ 2 ปี ยังต้องตรวจสอบสถานะปัจจุบันกับกรมสรรพากร การยื่นแบบรายปี (ภ.ง.ด. 90/91) ต้องยื่นภายใน 31 มีนาคม ข้อมูลทางการอยู่ที่ rd.go.th
ก่อนจะตัดสินใจในอีกหกเดือนข้างหน้า
สิ่งที่จะเปลี่ยนไปในอีกหกเดือนไม่ใช่ราคา Bitcoin แต่คือกฎ หน่วยกำกับหลายแห่งกำลังทบทวนกรอบการกำกับสินทรัพย์ดิจิทัลและ CFD อยู่ และไทยเองก็มีแนวโน้มจะปรับกฎการแลกเปลี่ยนเงินตามกระแสเงินทุนข้ามพรมแดน
สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือจดบันทึกสิ่งที่ตรวจไว้ เก็บภาพหน้าจอหน้า Investor Alert วันที่เช็ค เก็บชื่อหน่วยกำกับและเลขใบอนุญาตของโบรกเกอร์ไว้ ถ้ามีอะไรเปลี่ยน จะเทียบได้ทันทีว่าอะไรเปลี่ยน
ฝั่ง operation ที่จะไม่เปลี่ยนคือเงินบาทยังต้องผ่านธนาคารที่ได้รับอนุญาต และการถอนยังใช้เวลานานกว่าการฝากเสมอ ถ้าคำนวณกระแสเงินสดระยะสั้นจากกำไร CFD โดยไม่เผื่อเวลาถอน 3-5 วันทำการ จะเจอปัญหาสภาพคล่องก่อนเจอปัญหาตลาด
และถ้าโจทย์คือหุ้นไทย อนุพันธ์ TFEX หรือกองทุนรวม Krungsri Securities เป็นตัวเลือกที่ตรวจสอบง่ายเพราะอยู่ในระบบ SET ที่มีใบอนุญาตชัดเจน แต่ถ้าโจทย์คือ Crypto CFDs ต้องออกไปเลือกโบรกเกอร์ต่างประเทศด้วยเกณฑ์ในหัวข้อก่อนหน้า เพราะนั่นคือคนละโลกของใบอนุญาตและคนละชุดความเสี่ยง
Krungsri Securities ให้เทรด Crypto CFD ได้ไหม
ไม่ได้ ตามรายชื่อสมาชิก SET บริการของ Krungsri Securities ครอบคลุมหุ้น SET อนุพันธ์ TFEX ตราสารหนี้ โครงสร้างผลิตภัณฑ์ กองทุนรวม และ SBL แต่ไม่มี CFD หรือคริปโต เพราะกรอบใบอนุญาตจาก SEC Thailand ไม่ครอบคลุมฟอเร็กซ์และ CFD รายย่อย
ทำไมคนไทยถึงเทรด Crypto CFD กับโบรกเกอร์ต่างประเทศ
เพราะไทยไม่มีประเภทใบอนุญาต "โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์รายย่อย" หน่วยกำกับ SEC ไม่ได้ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ลักษณะนี้ในประเทศ โบรกเกอร์ที่คนไทยใช้จึงเป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศที่อยู่ภายใต้ FCA, ASIC หรือ CySEC และการเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย
โอนเงินบาทไปโบรกเกอร์ต่างประเทศได้ไม่เกินเท่าไร
ตามกฎ BOT ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยโอนออกเพื่อลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ด้วยตัวเองไม่เกิน 5,000,000 USD ต่อคนต่อปีปฏิทิน ถ้าธุรกรรมตั้งแต่ 200,000 USD ขึ้นไป ธนาคารต้องขอเอกสารประกอบ และเงินบาทต้องผ่านธนาคารที่ได้รับอนุญาตพร้อมระบุรหัสวัตถุประสงค์
กำไรจาก Crypto CFD ต้องเสียภาษีไหม
ต้อง กำไรถูกจัดเป็นเงินได้พึงประเมินทั่วไป คิดตามอัตราภาษีขั้นบันไดตั้งแต่ 0% ถึง 35% และถ้าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป เมื่อนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย ต้องรวมเข้าในการยื่นแบบในปีที่นำเข้า ตามคำสั่ง ป.161/162 ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2024
ถ้าโบรกเกอร์อ้างว่ามีใบอนุญาต จะเชื่อได้เลยไหม
ไม่ควรเชื่อทันที เอกสารปลอมและเลขใบอนุญาตจริงที่ถูกนำมาใช้หลอกพบได้บ่อยในไทย ให้ตรวจที่ SEC Check First และ SEC Investor Alert ด้วยตัวเอง เมื่อ 29 พฤษภาคม 2026 SEC ประกาศชื่อห้าแพลตฟอร์มคริปโตที่ไม่มีใบอนุญาต ได้แก่ Bybit, 1000X, CoinEx, OKX และ XT.COM ซึ่งต่อมาถูกสั่งบล็อกในวันที่ 28 มิถุนายน 2026
Krungsri Securities ไม่มีโปรไฟล์การคุ้มครองเหมือนโบรกเกอร์ระดับบนที่ได้รับการregulatedเต็มรูปแบบ เนื่องจากแหล่งรีวิวจัดให้อยู่ในประเภทไม่มีregulatedแทนที่จะถือใบอนุญาต Tier-1 จึงขาดกรอบการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งซึ่งเชื่อมโยงกับบริษัทระดับ FCA/CySEC/ASIC/SCA ในทางปฏิบัติหมายความว่าเทรดเดอร์ต้องเสียชั้นการดูแลการแยกเงินลูกค้าเพิ่มเติม การเข้าถึงโครงการชดเชยอย่างเป็นทางการ และการ recourse เพิ่มเติมที่regulationระดับบนให้หากโบรกเกอร์ล้มเหลวหรือจัดการเงินผิด
คำถาม
Krungsri Securities ได้รับการกำกับดูแลใน ประเทศไทย หรือไม่?
บริษัทหลักทรัพย์ในประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ SEC Thailand. ตรวจสอบหน่วยงานในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลก่อนฝากเงิน
มีประเภทบัญชีใดบ้าง?
ประเภทบัญชี: บัญชีเงินสด, บัญชีเงินสดคงเหลือ, บัญชีเครดิตบาลานซ์ (margin), บัญชี omnibus
รองรับแพลตฟอร์มเทรดใดบ้าง?
แพลตฟอร์มที่รองรับ: Streaming (Settrade) และการซื้อขายออนไลน์/มือถือของ Krungsri Securities; ชื่อแอปเฉพาะไม่ได้รับการยืนยันในรีวิว
ชัยวัฒน์ ศรีสุข
ผู้เชี่ยวชาญการชำระเงินเทรดเดอร์รายย่อยที่โฟกัสด้านปฏิบัติการของการฝากเงินเข้าบัญชี

